TRIP’LE x SUPHANBURI : ชุมชนบางแม่หม้าย

ด้วยความที่ใช้ชีวิตเป็นคนเมืองมาตลอด เลยอยากลอง
เข้าไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมเรียบง่ายแบบคนต่างจังหวัดดูบ้าง
อยู่บ้านเรือนไทยใช้ชีวิตแบบวิถีริมคลอง นั่งรถอีแต๋นสนุก ๆ
ไปซึมซับความชนบทแบบท้องทุ่งนา ชมนกชมไม้ข้างทาง
กินข้าวบ้านธรรมดา ๆ แต่โคตรอร่อย คลุกคลีกับชาวบ้าน
ที่ใช้ชีวิตแบบวิถีพอเพียงด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น จับวัตถุดิบ
พื้นบ้านมาทำให้เป็นสิ่งของที่มีมูลค่า อย่างไม้กวาดใยมะพร้าว
กระเป๋าสานผักตบชวา หรือทำขนมสาลี่หอมอร่อย ที่เราจะได้
ลงมือทำด้วยตัวเองทั้งหมด ชิมอาหาร และขนมพื้นเมือง
พร้อมช่วยอุดหนุนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ในราคาแบบน่ารัก ๆ
บอกเลยว่าใครที่โหยหาความเป็นธรรมชาติและบ้านๆแบบนี้
“ชุมชนบางแม่หม้าย” จ.สุพรรณ ตอบโจทย์ให้ทั้งหมดแล้ว!
ได้ย้อนอดีตสมใจ แบบที่ว่าลืมเรื่องวุ่นวายในหัวได้หมดเลย
ยิ่งได้มานอนโฮมสเตย์ด้วย จะยิ่งครบรสชาติ แนะนำมาก ๆ
หรือถ้าใครไม่สะดวก 1 Day Trip ก็สามารถจัดให้ได้เช่นกัน
อย่าปล่อยให้วันหยุดสุดสัปดาห์ของทุกคนเดินผ่านไปเฉยๆ
ลองออกเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง แล้วจะเจอเรื่องราวดี ๆ
…แบบคาดไม่ถึงเลยล่ะ <3
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เพจ
https://www.facebook.com/HomestayBangmaemai
ที่อยู่ : ตำบลบางใหญ่ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี 72150
FB : https://www.facebook.com/HomestayBangmaemai/
WEB : homestay.simdif.com
TEL : 089-981-5046 คุณระเบียบ
Location : 14.291559, 100.129538
ทุ่งนาสีเขียว กับลมพัดเย็นๆ
ประสบการณ์ใหม่กับการนั่งอีแต๋นเข้าท้องทุ่งนา สนุกกก !!
ในหมู่บ้านชุมชนแม่หม้ายมีกิจกรรมหลายอย่างที่น่าสนใจมากๆ เราไปทำอะไรมาบ้าง ตามมาดูกัน
ไม้กวาดใยมะพร้าว
ยอมรับว่าเคยเห็นไม้กวาดมาตั้งแต่เด็กๆนี่ล่ะ แต่พอได้มารู้จักกับมันจริงๆ เพิ่งรู้ว่ากว่าจะได้มา 1 ด้ามนั้น..ไม่ง่ายเลย ต้องใช้ทั้งความชำนาญ ความอดทน และเวลา นี่ล่ะภูมิปัญญาชาวบ้านของแท้ ที่ทำให้ไม้กวาดมีคุณค่าเพิ่มขึ้นมากๆ
ไม้กวาดใยมะพร้าว 1 ด้าม ต้องใช้กาบมะพร้าวถึง 15 ลูก กว่าจะผ่านกรรมวิธีต่าง ๆ ทั้งการหวีกาบมะพร้าว การตากแห้ง การมาจับเป็นกำ ๆ หรือที่เรียกว่า”จิบ” การตัดหวายด้ามจับ การจับทั้งหมดมาประดิดประดอยรวมเข้าด้วยกัน ซึ่ง 1 วัน ทำได้แค่ประมาณ 2 ด้ามเท่านั้น ด้ามนึงประมาณ 400 บาท ใช้ไปได้อีกหลายสิบปีเลยนะ
และนี่ก็คือ คุณลุงเสน่ห์ มือฉมัง ทำไม้กวาดมาตั้งแต่เกิดเลย
จักรสานผักตบชวา
เพิ่งรู้วันนี้ว่ากระเป๋าน่ารักๆที่กำลังฮิตไปทั่วประเทศ มาจากผักตบชวานี่เอง
ใครมาที่นี่ แนะนำให้มาลองทำ มีคนคอยสอนอยู่ทุกขั้นตอน วันนี้ที่เรามา เนื่องจากเวลามีจำกัดเลยได้ลองสานกำไลและแหวนเป็นดอกไม้แทน พอได้ลองสัมผัสวิธีการทำแล้ว ทำให้ได้รู้เลยว่าคุณค่าของผลิตภัณฑ์จักสานนี้ไม่ได้อยู่ที่ราคาหรือตัวเงินเลย แต่มันอยู่ที่ความตั้งใจและการสืบทอดภูมิปัญญาที่คนทำถ่ายทอดออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ให้เราได้ใช้กันนั่นเอง
บอกเลยว่ามาถึงถิ่นแหล่งพื้นที่ขนาดนี้ มันต้องโกยเหมากลับบ้านให้หมดนี่แหละ
ตลาดนัดวัดอาน
เป็นตลาดชุมชนแบบโลคอลแท้ๆ เพราะทุกอย่างที่ชาวบ้านเอามาขายพืชผักต่างๆ ก็ปลูกเองทำเอง เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นจริงๆ อาหารของคาวยันของหวาน บอกเลยว่าอิ่มสบายท้องแบบราคาสบายกระเป๋าสุดๆ
เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 7.00 – 14.00 น และวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่ติดวันเสาร์และอาทิตย์
ครั้งนี้เราได้รับประทานอาหารกลางวันที่ตลาดวัดอาน โดยได้รับการต้อนรับจากคนในชุมชนอย่างอบอุ่นที่สุด เต้นโชว์รำโชว์ เฮอากันมากๆ
และอาหารหน้าตาบ้านๆแบบนี้นี่แหละ อร่อยที่สุดดดด !
ขนมสาลี่
มาสุพรรณทั้งที ใครๆก็ต้องมากินขนมสาลี่ใช่ไหมล่ะ !! แต่มาที่ชุมชนบางแม่หม้าย ได้ลงมือทำเองเลยนะจ้ะ สนุกมากกก 555 สูตรของที่นี่จะเน้นความเป็นธรรมชาติที่สุด ซึ่งวัตถุดิบหลักที่เป็นไข่ และเลือกเป็นไข่เป็ดที่เลี้ยงเองเท่านั้นด้วยล่ะ ซึ่งก็จะใช้น้ำใบเตย น้ำมะลิ ดับกลิ่นคาว ขนมสาลี่ที่นี่จะไม่ใช้ผงฟู ทำให้เวลาผสมแป้งต้องตีให้มันได้ฟูที่สุด ตีวนไป 15 นาทีห้ามหยุด ไม่งั้นแป้งจะไม่ขึ้นฟู อยากให้ทุกคนได้มาลอง ได้กล้ามกลับไปคนละมัดสองมัดแน่นอน แถมอร่อยด้วยนะ  ยิ้ม
หลังจาก 15 นาทีผ่านไป ก็จะได้เนื้อแป้งที่ขึ้นฟูเกาะตัวกันสวยงามแบบนี้ล่ะ
พร้อมอบ
ทุ่งตาลร้อยต้น
อีก 1 กิจกรรมที่ถูกใจสุดๆ ก็คือการนั่งรถอีแต๋นไปชมท้องตาล 100 ต้นและทุ่งนาสีเขียวนี่ล่ะ ชิลล์มากแบบคาดไม่ถึงเลยทีเดียว..ใครจะไปคิดว่านั่งอีแต๋นจะสนุกได้เล่า555 ลงไปเดินกลางทุ่งนาแบบดิบๆ ให้ใกล้ชิดธรรมชาติแบบขั้นสุด คือสวยจนไม่อยากกลับเฉย..ถ้าได้ไปตอนพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน คงจะดีไม่น้อยเลยนะ
อยู่กลางทุ่งนา เอาจริงๆชิลล์มากเลยน้าาา
นั่งเรือชมคลอง
มาถึงชุมชนบางแม่หม้ายทั้งทีก็ต้องย้อนลอยล่องเรือชมอดีตวิถีชีวิตริมแม่น้ำท่าจีน ที่สมัยก่อนเคยรุ่งเรืองซักหน่อยแหละ เผลอๆบางทีมีค้างคาวแม่ไก่และนกปากห่างออกมาต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยนะ
มีค้างคาวแม่ไก่มาโชว์ตัวด้วย
เพิ่มความอินแบบบ้านๆ ด้วยการพักโฮมสเตย์เรือนไทยที่นี่ก็ดีไม่ใช่น้อย
เรือนไทยบางแม่หม้ายโฮมสเตย์
เนื่องจากสมัยก่อน ผู้คนจะอยู่อาศัยเป็นครอบครัวใหญ่ เวลาลูกหลานมีครอบครัวก็จะปลูกบ้านใกล้ๆกัน ทำให้บ้านจะเชื่อมติดกันเพื่อทำให้ไปมาหาสู่กันได้สะดวก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรักใคร่กลมเกลียว และความเอื้ออารีต่อกันระหว่างญาติพี่น้อง ซึ่งเรือนไทยทั้งหมดมีอายุประมาณร้อยกว่าปีทุกหลัง อาจจะมีซ่อมแซมและต่อเติมบ้าง แต่ที่ประทับใจคือ เจ้าของบ้านยังคงรักษาทุกอย่างไว้อย่างดี และที่สำคัญคือสะอาดมากๆ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเราให้ไปเยือนจริงๆ
ค่าที่พักคนละ 200 บาท / คน
อาหารมื้อละ 50 บาท / คน
(ราคานี้ไม่รวมกิจกรรม และควรแจ้งก่อนเข้าพัก 3-5 วัน)
มุมนี้นั่งนานๆ อาจเผลอหลับได้แหละ
นาเฮียใช้..เชื่อว่ามีใครหลายๆคนที่เคยมาสุพรรณบุรีหลายครั้ง แต่ไม่รู้จักที่นี่ และก็เป็นครั้งแรกของเราเหมือนกัน  ยิ้ม
จะแวะเป็นที่เที่ยวสุดท้ายก่อนกลับบ้านก็ได้อยู่
ที่อยู่ : 150/2 หมู่ 8 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี 72000
FB : https://www.facebook.com/naherechai/
TEL : 035-446955
Location : 14.495462, 100.058953
ที่นี่เป็นแปลงนาสาธิตเพื่ออนุรักษ์และพัฒนาพันธุ์ข้าวที่ขนาดกำลังพอดีให้เราได้เดินเล่น เดินชม ถ่ายรูปแบบกรุบกริบได้สวยๆ ข้างในมีการจัดแบ่งโซนต่างๆได้ดีมากๆ มีการปลูกแปลงนาให้เป็นรูปต่างๆ เช่น แผนที่ประเทศไทย อักษรแปลรูปหรือตามเทศกาลนั้นๆ น่ารักมากๆ เข้าชมฟรีและมีบริการจักรยานให้ปั่นชมวิวฟรีด้วยนะ
น้อง 2 ตัวเดินผ่าน น่ารักเฉย..
ปั่นจักรยานก็ได้
เปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยว จ.สุพรรณบุรี ใกล้ๆ เดินทางง่าย แต่ได้ความสุขกับมาบ้านเต็มหลอดเลยล่ะ  <3
#TRIPLExSUPHANBURI
#SUPHANBURI
#tatstartup
(:
ขอบคุณสำหรับการเดินไปกับเรา
และทุกๆคนที่ติดตาม Blogger ตัวเล็กๆอย่างพวกเรา TRIP’LE
CONTACT
Website : http://triplexanywhere.com/2018/
Facebook : https://www.facebook.com/tripleXanywhere
Instagram : @triplexanywhere
Twitter : @triplexanywhere
Youtube : https://goo.gl/i1HQ8V

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *